โรงเรียนราชินีบน  เดิมมีนามว่า โรงเรียนศรีจิตรสง่า  อยู่ในพระอุปถัมภ์ของหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา  เทวกุล  อาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินี  ที่มาของชื่อศรีจิตรสง่า คือ

                ศรี           เป็นคำท้ายพระนาม  เสาวภาผ่องศรี  ของสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ

                จิตร         เป็นคำจากพระนามของหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา  เทวกุล

                สง่า         เป็นชื่อของคุณครูสง่า  อินทรเสน  ผู้เป็นกัลยาณมิตรของหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา  เทวกุล  ท่านได้รับการศึกษาการสำนักวังหลังของแหม่มโคล  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ปัจจุบันคือโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

                โรงเรียนศรีจิตรสง่า  ตั้งอยู่ที่ตึกแถวถนนอัษฎางค์ เปิดการสอนเมื่อวันที่  16  พฤษภาคม 
พุทธศักราช 2454  มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นเล็กจนถึงมัธยมศึกษาปีที่  3  ในปีพุทธศักราช 2465  จึงย้ายมาสอนที่ตึกของพระยามหิบาล ถนนสามเสน ตำบลถนนนครไชยศรี  ใกล้โรงไฟฟ้าหลวงสามเสน เมื่อย้ายมาได้  3 ปี  จึงขยายการสอนสูงขึ้นจนถึงชั้นมัธยมปีที่ 6

                พุทธศักราช 2496  สมเด็จพระราชปิตุจฉา  เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร  ทรงพระราชศรัทธาบริจาค ทุนอุดหนุนการศึกษาเป็นจำนวนมาก โปรดให้จัดซื้อที่ดิน ณ ที่นี้  2 ไร่  74 ตารางวา  และทรงขอพระราชทานที่ของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา  บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ริมถนนเขียวไข่กามาสมทบ  ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวถมคูที่คั่นอยู่กลางนั้นเสีย จึงเป็นเนื้อที่ติดต่อกันรวม 14 ไร่ 43 ตารางวา และโปรดให้กองช่างสุขาภิบาล อำนวยการสร้างสถานศึกษาสำหรับสตรีลง ณ  ที่นี้ ประทานเครื่องเรือนพร้อมเสร็จ ทรงมีพระดำริว่านักเรียนมัธยมปีที่ 7 – 8  ของโรงเรียนราชินี ที่ถนนมหาราชเป็นชั้นสูงซึ่งจวนสำเร็จการศึกษาแล้ว สมควรจะให้คุ้นเคยกับสถานที่ซึ่งถูกต้องตามแบบสุขาภิบาลเสียบ้าง  เมื่อออกไปอยู่บ้าน  จะได้จัดแต่งบ้าน รักษาอนามัยเป็นอย่างดี จึงโปรดให้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนนี้ สมทบกับนักเรียนที่มีอยู่เดิม ตัดชั้นเล็ก ๆ ออก เพื่อมิให้นักเรียนเกินจำนวนสถานที่  จัดสอนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยม  3  ขึ้นไป  และได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่นี้ว่า โรงเรียนราชินีบน  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

                โรงเรียนราชินีบน  เปิดทำการสอนเมื่อวันที่  17  พฤษภาคม  พุทธศักราช 2472  โดยพระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา  เสด็จแทนพระองค์สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธรเปิดแพรป้ายนามโรงเรียน

                เมื่อแรกเปิดมีนักเรียน 63 คน หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินี ทรงดำรงตำแหน่งผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินีบนด้วย โดยมีหม่อมเจ้าวงศ์ทิพย์สุดา เทวกุล ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่

                โรงเรียนราชินีบนสามารถดำเนินกิจการไปได้ด้วยพระกรุณาของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิริธร  มาโดยตลอด ทรงสร้างห้องแถวไว้เพื่อเก็บผลประโยชน์ ตั้งทุนไว้บำรุงโรงเรียน พระราชทานสิ่งของและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  จนกระทั่งวันที่  15  กุมภาพันธ์  พุทธศักราช 2481  คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชินีบนได้พบกับความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวง ด้วยพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ คณะครูและนักเรียนเฝ้า เข้าถวายบังคมพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทและได้เข้ากระบวนเดินตามพระศพไปยังพระเมรุท้องสนามหลวงในวันพระราชทานเพลิง  ตั้งแต่นั้นมา โรงเรียนราชินีบนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นประจำทุกวันที่  15  กุมภาพันธ์  และเมื่อวันที่  18  พฤษภาคม พุทธศักราช 2533  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชปิตุจฉาฯ เนื่องในงานฉลอง  60 ปี ของโรงเรียน 

                โรงเรียนราชินีบน  เป็นโรงเรียนสตรีโรงเรียนแรกที่ส่งนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 8  สอบไล่ตามหลักสูตรมัธยมบริบูรณ์ชายของกระทรวงศึกษาธิการ  จากเดิมที่เคยสอบหลักสูตรวิสามัญ  ซึ่งเน้นหนักไปทางภาษาและวาดเขียน

                พุทธศักราช  2475  หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา  เทวกุล  ทรงสนับสนุนนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 7 – 8  ตั้งสมาคมสุนทรพจน์แห่งราชินี  มีการประชุมนักเรียนทั้งสองโรงเรียนทุกวันเสาร์  เพื่อฟังการพูดของสมาชิกสมาคมสุนทรพจน์แห่งราชินี  การใช้ชื่อสมาคมอย่างนี้  แสดงให้เห็นว่า  ในพระทัยของท่านอาจารย์นั้น  มิได้แบ่งแยกโรงเรียนราชินีกับราชินีบน  ออกจากกัน  โรงเรียนทั้งสองคือโรงเรียนเดียวกัน  เป็นโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง  ทรงสนับสนุนให้นักเรียนของทั้งสองโรงเรียนทำกิจกรรมมีการโต้วาทีระหว่างโรงเรียนหลายครั้ง  และมีโอกาสโต้วาทีถวายสมเด็จพระศรีสวรินทรา  บรมราชเทวี  พระพันวสสาอัยยิกาเจ้าด้วย  สมาคมสุนทรพจน์นี้  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น  ชุมนุมสามัคคีราชินีบน  จนถึงปัจจุบัน  เป็นระบบบริหารนักเรียน  ให้นักเรียนรู้จักปกครองกันเองในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ  โดยมีครูที่ปรึกษาเรียกว่า  บรรยเวกษก์

                พุทธศักราช 2482 กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้งดเปิดสอนชั้นมัธยมปีที่7-8ทางโรงเรียนได้เปิดรับชั้นมัธยมปีที่1-3และมัธยมปีที่6พิเศษในปีพุทธศักราช 2489 กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้เปิดสอนชั้นเตรียมอุดม โรงเรียนจึงเปิดการสอนชั้นเตรียมอุดมปีที่ 1 อีก 2 ห้องคือแผนกภาษาและวิทยาศาสตร์ และเปิดชั้นประถมปีที่1-4 อย่างละ1 ห้องและได้เพิ่มชั้นเตรียมอุดมปีที่ 2 อีก 2 ห้องในปีต่อมา

                วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2486 คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชินีบนต้องพบกับความเศร้าสลดอีกครั้งหนึ่งเมื่อทราบข่าวการถึงชีพิตักษัยของหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล ผู้ทรงพระคุณยิ่งของโรงเรียนดังนั้นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ของทุกปีทางโรงเรียนจะบำเพ็ญกุศลถวาย  เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ท่าน

                 พุทธศักราช 2487 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่2โรงเรียนราชินีบนอพยบไปพร้อมกับโรงเรียนราชินีไปเปิดการเรียนการสอนที่อำเภอ ผักไห่ พระนครศรีอยุทธยา1ปีจึงย้ายกลับ

                หลายปีต่อมาโรงเรียนราชินีบนได้สร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่

                 พุทธศักราช 2501 เปิดตึกเรียน 3 ชั้น เป็นอาคารเรียนแผนกประถมศึกษา

                 พุทธศักราช 2502  เปิดตึกนอน 3 ชั้น  เป็นอาคารสำหรับนักเรียนประจำ

                 วันที่ 14 มกราคม พุทธศักราช 2503 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเปิดหอประชุมวไลอลงกรณ์โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (พระอิสริยยศในขณะนั้น)และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา  สิริโสภาพัณณวดี เสด็จร่วมงานด้วย

                 พุทธศักราช 2508 เปิดตึกเรียน 4 ชั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารเรียนระดับมัธยมต้น

                 พุทธศักราช 2510 ก่อสร้างตึกเรียน 3ชั้น  เป็นห้องวิทยาศาสตร์  ห้องพลศึกษา  ชั้นล่างเป็นห้องอาหาร

                 พุทธศักราช 2512  นางเสนาะจิตร  สุวรรณโพธิ์ศรี  ได้รับการแต่งตั้งจากราชินีมูลนิธิให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และลาออกไปเมื่อปีพุทธศักราช 2516  นางสนอง  ปิ่นกุลบุตร  ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูใหญ่แทน
                 หม่อมเจ้าสมรศรีโสภา  เทวกุล  ทรงช่วยงานที่โรงเรียนราชินีบนตั้งแต่พุทธศักราช 2486  เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่และผู้ช่วยผู้จัดการ จนถึงพุทธศักราช 2512  ท่านอาจารย์หม่อมเจ้าวงศ์ทิพย์สุดา  เทวกุล ถึงชีพิตักษัย  ราชินีมูลนิธิจึงแต่งตั้งให้หม่อมเจ้าสมรศรีโสภา  เทวกุล  เป็นกรรมการราชินีมูลนิธิและผู้จัดการโรงเรียนราชินีบนแทน จนกระทั้งประชวรและหยุดทรงงานที่โรงเรียนเมื่อพุทธศักราช 2536  แต่ยังทรงเป็นรองประธานกรรมการราชินีมูลนิธิจนถึงชีพิตักษัยเมื่อวันที่  5  มิถุนายน  พุทธศักราช 2539 
                พุทธศักราช 2526  เปิดตึกเรียน  เป็นห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ห้องทะเบียนวัดผล  ห้องโสตทัศนูปกรณ์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องวิดิโอ ห้องโภชนาการ  และห้องอาหารนักเรียนชั้นมัธยมปลาย

                พุทธศักราช  2528  หม่อมราชวงศ์ทิพยางค์  กาญจนดุล  ได้รับการแต่งตั้งจากราชินีมูลนิธิให้ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ  และพุทธศักราช  2536 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการ จวบจนถึงปัจจุบัน

                พุทธศักราช 2531 นางสนอง ปิ่นกุลบุตร  เกษียณอายุ  นางใจรัก  ดวงพลอย  ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูใหญ่

                พุทธศักราช 2537 พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา  เสด็จเปิดอาคารวงศ์ทิพย์สุดา  ซึ่งเป็นอาคารใหม่แทนตึกแถวที่โรงเรียนยกเลิกสัญญาเช่า (ด้านฝั่งคู่ขนานถนนเขียวไข่กากับฝั่งเดิมของโรงเรียน) ได้แก่ โรงยิม 3  สระว่ายน้ำสมรศรีโสภา ซึ่งมีพระรูปปั้นของหม่อมเจ้าสมรศรีโสภาประดิษฐานอยู่ อาคารวงศ์ทิพย์สุดา  ซึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น  มีห้องใต้ดินเป็นห้องอาหารของนักเรียนอนุบาลและนักเรียนประจำ                            
               ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียนของนักเรียนอนุบาล  
               ชั้นที่ 2  เป็นห้องกิจกรรมต่าง ๆ  ห้องดนตรีไทย ห้องสมุด ห้องนอน ห้องพยาบาล ห้องรับรองของแผนกนักเรียนประจำ  
               ชั้นที่ 3 - 5 เป็นหอนอนของนักเรียนประจำ บริเวณหน้าอาคารนี้ มีพระรูปปั้นของหม่อมเจ้าวงศ์ทิพย์สุดาประดิษฐานอยู่

                พุทธศักราช 2541  ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้น เป็นอาคารเชื่อมต่อระหว่างตึกประถมและตึกมัธยม ชั้นล่างของอาคารนี้สร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยเพื่อบำบัดน้ำเสียของทั้งโรงเรียน

                พุทธศักราช 2543  นางใจรัก  ดวงพลอย  เกษียณอายุ   นางสาวสุกัญญา  จันทรเสน   ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูใหญ่  และพุทธศักราช 2551  ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการจนกระทั่งถึงปัจจุบัน 
                พุทธศักราช 2544  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวิมลฉัตร เสด็จทรงเปิดพระรูปปั้น  หม่อมเจ้าสมรศรีโสภา  เทวกุล  ณ สระว่ายน้ำสมรศรีโสภา
                พุทธศักราช 2549  ก่อสร้างอาคาร 8 ชั้น บนที่ดินที่ซื้อเพิ่มใหม่  ริมถนนสามเสน  แนวเดียวกับโรงเรียน  ห่างจากโรงเรียนราว 200 เมตร  ศาสตราจารย์กิตติคุณเติมศักดิ์  กฤษณามระ  ตั้งชื่ออาคารนี้ว่า "อาคารสิริภูมิ"
                พุทธศักราช 2551  พิธีเปิดอาคารสิริภูมิ 4  มิถุนายน 2551 และใช้เป็นที่พักสำหรับนักเรียนประจำระดับมัธยมต้น - มัธยมปลาย

classroom
gmail
varasan

เมนูหลัก

หน่วยงาน

calender
kids
lady59
B PLS
stem60
research
park
guidance
b eco